Categories
Love (ความรัก)

ผู้ชายเลือกผู้หญิงแบบนี้เป็นคู่ชีวิต

ถ้าผู้หญิงรู้จักใช้แรงจูงใจทาง sex ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองของผู้ชายให้เป็นประโยชน์ ดึงให้ผู้ชายผ่านระยะเวลาจนมีพัฒนาการทางด้านความรัก และความนับถือเรื่อยไปจนถึงการแต่งงาน จึงจะนับว่าเป็นผู้หญิงฉลาด ไม่ต้องเสียคนรักไปในภายหลัง

ผู้ชายเลือกผู้หญิงแบบนี้เป็นคู่ชีวิต แบ่งออกเป็น 3 เรื่องใหญ่ ๆ คือ

(1) ความรู้สึกทางเพศ (กามารมณ์) หรือ Sex

(2) ความรัก หรือ Love

(3) ความนับถือ หรือ Respect

ก่อนอื่นต้องบอกว่า จุดอ่อนของผู้ชายคือ เรื่องความรู้สึกทางเพศ และจุดอ่อนของผู้หญิงคือ เรื่องอารมณ์ ถ้าต่างฝ่ายต่างรู้จุดอ่อนของแต่ละคน ก็จะสามารถพลิกจุดอ่อนให้กลายเป็นข้อได้เปรียบของอีกฝ่ายได้

สิ่งที่ผู้ชายจะเลือกผู้หญิงเป็นคู่ชีวิต ประกอบด้วย 3 ส่วน ซึ่ง “แยกจากกัน” แต่สัมพันธ์กัน ผู้ชายจะตัดสินใจเลือกผู้หญิงที่มีคุณสมบัติครบทั้งสามส่วนมาเป็นภรรยา ส่วนผู้หญิงที่มีคุณสมบัติไม่ครบจะเป็นแค่ทางผ่าน

1. สิ่งแรกที่ผู้ชายสนใจ คือ “กามารมณ์” (รูป-เสียง-กลิ่น-รส-สัมผัส) อันนี้เป็นด่านแรกที่ผู้ชายสนใจ ผู้ชายทุกคนจะเริ่มที่จุดนี้ ลองสังเกตดู ก่อนอื่นผู้ชายจะสนใจผู้หญิงที่สวย น่ารัก รูปร่างหน้าตาดี ผิวพรรณดี แต่งตัวดี (เรื่องของรูปทั้งหลายที่ผ่านทางตา) พูดจาไพเราะ เสียงหวาน เสียงออดอ้อน (เรื่องของเสียงทั้งหลายที่ผ่านทางหู) กลิ่นกายหอมยวนใจ (เรื่องของกลิ่นที่ผ่านทางจมูก) ความสุขจากการกอดจูบ มีเพศสัมพันธ์ (เรื่องของสัมผัสทั้งหลายที่ผ่านทางกาย) ที่ผู้ชายพูดกันเล่น ๆ ว่า “ขาว สวย หมวย sex” นั่นแหละ (***ส่วน – ทางกาย 40% – ทางตา 40% – ทางหู 15% – ทางจมูก 5%) สำหรับเรื่อง sex นี่ถึงจะพิสูจน์ไม่ได้แต่ก็จินตนาการได้ และเป็น “แรงจูงใจ” ที่ทำให้ผู้ชายทั้งหลายตามตื้อตามจีบคุณอยู่ทุกวันนี้ (ตราบใดที่ 40% นี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ แรงจูงใจจะยังคงมีต่อไป ไม่ละความพยายาม…)

อย่างไรก็ดี แม้กามารมณ์จะเป็น “อันดับแรก” ที่ผู้ชายสนใจ แต่กลับเป็น “อันดับสุดท้าย” ในการตัดสินใจเลือกผู้หญิงที่จะขอแต่งงาน คุณผู้หญิงเคยสังเกตไหม มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ไปเที่ยวผู้หญิง แต่ไม่เคยมีสักคนที่คิดจะจีบหรือขอหญิงที่เที่ยวมาเป็นภรรยา (ยกเว้นจีบเพื่อกินฟรี) ทั้งๆที่ผู้หญิงเหล่านี้เจนจัดในการสนองกามารมณ์ของผู้ชาย

แถมหากผู้ชายรู้ว่าแฟนของตนผ่านเรื่องพรรค์นี้มากลับเป็นเรื่องใหญ่! หรือคงจะเห็นได้บ่อย ๆ ที่เป็นแฟนกันแล้วผู้หญิงถูกทิ้งหลังจากเสียตัวให้ฝ่ายชาย (อาจทิ้งทันทีหรือรอสักระยะจนเบื่อ)

เพราะฉะนั้นผู้หญิงคนไหนที่คิดว่าตัวเอง “ไม่สวย” ไม่ต้องเสียใจเลยครับ

การที่ผู้ชายสักคนจะมาชอบคุณอาจต้องอาศัยเวลาหน่อยกว่าจะมองเห็นคุณสมบัติในด้านอื่นๆ แต่ถ้าเขารักคุณด้วยเหตุผลอื่นที่เหนือกว่าคุณกลับมีโอกาสสูงที่จะได้เป็น “ภรรยา” ไม่ใช่ “คู่นอน” และไม่ต้องถูกทอดทิ้งในภายหลัง

ความเข้าใจผิดประการหนึ่งของผู้หญิงสมัยนี้ คือความคิดที่จะผูกมัดผู้ชายด้วย “sex”

กลัวเขาจะทิ้งหากไม่ยอม กล้าพูดได้เต็มปากชนิด 100% เลยว่า

“ถ้าผู้ชายคนไหนบอกว่าจะทิ้งคุณไปเพราะเหตุว่าคุณไม่ยอมมีอะไรกับเขาผู้ชายคนนั้นกำลังหลอกคุณและเขาหวังเฉพาะเรือนร่างของคุณโดยไม่ได้รักคุณเลย!!!!!”

จริงอยู่กามารมณ์เป็นสิ่งที่ผู้ชายต้องการ แต่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถผูกมัดผู้ชายไว้ได้

เขาจะมีคุณคนเดียวหรือมีผู้หญิงอื่นอีกเท่าไหร่ก็ได้เพราะไม่เกี่ยวกัน (ชอบกินส้ม ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กินทุเรียน น้อยหน่า มังคุด ฯลฯ)

กามารมณ์เป็นสิ่งที่จากไปได้เร็วกว่าคุณสมบัติอื่น ๆ (มาก่อนก็ไปก่อน)

คนที่สวยกว่ายังมี อายุมากขึ้นก็สู้สาว ๆ ไม่ได้แล้ว หรือพอเคยชินเข้าก็เบื่อ

นอกจากนี้ “แรงจูงใจที่ได้รับการตอบสนองแล้วจะไม่สามารถใช้จูงใจได้อีก”

ดังนั้น  ถ้าผู้หญิงรู้จักใช้แรงจูงใจทาง sex ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองของผู้ชายให้เป็นประโยชน์ ดึงให้ผู้ชายผ่านระยะเวลาจนมีพัฒนาการทางด้าน (2) ความรัก และ (3) ความนับถือเรื่อยไปจนถึงการแต่งงาน จึงจะนับว่าเป็นผู้หญิงฉลาด ไม่ต้องเสียคนรักไปในภายหลัง (ถ้าจะเสียก็เสียผู้ชายเลว ๆ ที่ไม่ได้รักเราจริง แต่ไม่ต้องเสียตัวเสียใจเมื่อวันนึงเจอผู้ชายดี ๆ ที่รักเราจริงและเราต้องเป็นแม่ของลูกเขา)

2. สิ่งต่อไปที่ผู้ชายต้องการจากผู้หญิงคือ “ความรัก”

ความรักหมายถึงการเข้าอกเข้าใจ ความเป็นห่วงเป็นใยเอื้ออาทร การพูดคุยกันรู้เรื่อง

ฯลฯ ที่เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ แบบเดียวกับที่ผู้หญิงรักผู้ชายนั่นแหละ ไม่ต่างกัน

ความรักจะมีอิทธิพลในระดับสูงกว่ากามารมณ์ที่กล่าวถึงในตอนต้น

แต่สำหรับผู้ชายการที่จะพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นความรักจะช้ากว่าผู้หญิงเพราะมัวไปหลงด้านกามารมณ์ซะมาก

(ที่บอกว่ารักก็อิงกับกามารมณ์ไม่ใช่รักแบบที่ผู้หญิงคิด) จนเมื่อเวลาผ่านไป

ผ่านอุปสรรคความยากลำบากต่าง ๆ มีการพิสูจน์ใจกัน มีการมุ่งมั่นสร้างหลักฐานเก็บเงินแต่งงาน สร้างอนาคต พิสูจน์ตัวเองให้พ่อ-แม่ฝ่ายหญิงยอมรับ ฯลฯ จึงเกิดเป็นความรัก

ผู้หญิงสมัยนี้ชอบเสียท่าผู้ชายก่อนที่ผู้ชายจะเกิดความรักจริง ๆ จึงต้องเสียใจที่ถูกทิ้ง

ที่จริงแล้วคนสมัยก่อนเขามีกุศโลบายให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว ให้ผู้ชายอดทนทำงานเก็บเงินมาสู่ขอ ก็เพื่อพัฒนาตรงจุดนี้

เพราะมันต้องใช้เวลาและผ่านความยากลำบากมาจึงจะเกิดความรักแบบนี้ได้

(สำหรับผู้ชาย) ก็ไปหาว่าหัวโบราณบ้าง ไม่ทันสมัยบ้าง ที่จริงคนสมัยนี้ยิ่งเรียนก็ยิ่งโง่

แล้วก็มานั่งเสียใจไม่รู้ว่าชีวิตทำไมมีแต่ปัญหา

อีกเรื่องที่ไม่ค่อยยุติธรรมคือ ส่วนใหญ่ผู้ชายที่รักผู้หญิงจริงชนิดหมดหัวใจกลับไม่ค่อยกล้าที่จะบอกหรือแสดงว่ารัก

ส่วนผู้ชายที่ปากหวาน บอกรัก กลับเป็นผู้ชายประเภทเจ้าชู้ที่ผ่านผู้หญิงมามาก (และจะผ่านต่อไป)

สาเหตุก็คือ ผู้ชายที่รักเดียวใจเดียวจะไม่ค่อยสันทัดกับการจีบผู้หญิงและไม่ค่อยมีประสบการณ์ทางด้านนี้ กลัวว่าหากทำอะไรผิดพลาดอาจสูญเสียคนที่ตนรักไป

ในขณะที่ผู้ชายเจ้าชู้จะมีประสบการณ์มามากในการจีบผู้หญิงรู้ว่าจะต้องพูดอย่างไร และถึงจีบไม่สำเร็จก็ไม่กลัวเพราะไม่ได้รักอะไรมากมาย

… แต่เชื่อไหม? ผู้หญิงส่วนใหญ่กลับมองไม่ออกว่าผู้ชายคนไหนที่รักจริง (รำคาญด้วยซ้ำ) ชอบแต่จะฟัง “คำพูด” แค่บอกว่ารักก็เชื่อสนิท…เสร็จเสือผู้หญิง!

3. สิ่งต่อไปคือ “ความนับถือ” หรือ “ความดี”

ผู้ชายต้องการให้ผู้หญิงวางตัวในลักษณะเป็นที่น่านับถือเกรงใจหรือพูดง่ายๆ คือ “เป็นคนดี วางตัวเหมาะสม” ผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบผู้หญิงที่อ่อนหวาน เรียบร้อย รักนวลสงวนตัว ให้เกียรติและมีความซื่อสัตย์ต่อสามี และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง (ไม่จู้จี้ขี้บ่น ไม่หึงหวงแบบไร้เหตุผล ไม่ทำตัวหวาดระแวงเป็นนักสืบ ฯลฯ) อย่างเช่น ผู้ชายแอบไปมีเมียน้อยหรือเที่ยวผู้หญิง (อย่างที่กล่าวข้างต้น กามารมณ์กับความรักสำหรับผู้ชายเป็นคนละส่วนกัน ผู้ชายทุกคนชอบดูรูปโป๊แต่ไม่เคยจำหน้าผู้หญิงในรูปได้)

แต่จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่วางตัวเหนือกว่าทางด้านวุฒิภาวะ ลองผู้หญิงนิ่งๆ รู้ทัน แต่ไม่เอะอะโวยวายดูสิ ขี้คร้านผู้ชายจะเกรงใจไม่กล้าทำอีก…

เรื่องความดีหรือความนับถือนี่เป็นสิ่งที่สำคัญ “มากที่สุด” ที่ผู้ชายอยากได้หญิงบริสุทธิ์มาเป็นภรรยาก็เพราะมันมีส่วนสัมพันธ์กับความดี ไม่ใช่เห็นแก่ตัวอย่างที่ผู้หญิงคิดกัน (แต่ทางกามารมณ์ก็มี อยากได้ของใหม่ๆ สะอาด กระชับ ได้อารมณ์ และเป็นของเราคนเดียวไม่ใช้ร่วมกับใคร)

อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม (ก็ขนาดพ่อแม่รักจะตายยังขาดความยับยั้งชั่งใจแอบหนีไปมีอะไรกับใครได้ จะมั่นใจได้ยังไงว่าต่อไปจะไม่แอบไปมีชู้)

ผู้ชายที่หลอกฟันหญิงบริสุทธิ์แล้วทิ้งก็เพราะเขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดีที่น่านับถืออีกต่อไป (ผู้หญิงดีๆ ที่เป็นหม้ายเพราะสามีตาย ยังน่าขอแต่งงานด้วยมากกว่าผู้หญิงโสดที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม)

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงคนไหนที่ชีวิตผิดพลาดไปแล้วขอให้หยุดแค่นั้น อย่าให้เกิดขึ้นอีก (ถ้าคุณเป็นคนที่ดีจริง ๆ เขาจะอภัยให้คุณ แม้จะเสียใจลึกๆ)

คุณลองดูคู่แต่งงานที่อยู่กินกันมานาน ดูคุณพ่อคุณแม่คุณก็ได้ ทุกวันนี้เขายังหวานแหววแบบหนุ่มสาวไหม เมื่อเวลาผ่านไป ความสำคัญทางกามารมณ์ลดลง ก็จะมี “ความรัก” และความนับถือหรือ “ความดี” นี่แหละที่จะทำให้อยู่กันไปได้ตลอด

ที่เขียนมาทั้งหมดก็หวังจะให้เป็นวิทยาทานแก่คุณผู้หญิงทั้งหลายนะครับ

(คุณผู้หญิงคงจะอ่านไปด่าไปที่ผู้ชายมีความคิดสกปรกเห็นแก่ตัวแบบนี้)

สำหรับตัวผมเองเป็นผู้ชาย อยู่ในสังคมของผู้ชาย ย่อมเข้าใจนิสัยของผู้ชายดี

ก็อยากให้ผู้หญิง (ที่พอจะรับฟังในสิ่งที่ผมพูด) มีความสุขสมหวัง ไม่ต้องเสียอกเสียใจ และพบกับปัญหาชีวิตคู่ (แบบว่าเห็นมามาก) ยังไงก็ตามอ่านแล้วก็อย่านึกด่าผมนะครับ เพราะตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนเสียใจ…

ทิ้งท้ายคาถาให้บทหนึ่ง ***

ขอให้เป็นกุลสตรีที่รักนวลสงวนตัววางตัวเหมาะสมเรียบร้อย

(เขาจะขอคุณแต่งงาน) แต่เป็นสาวเร่าร้อนแรงสูงเวลาอยู่บนเตียง(เขาจะได้ไม่ไปหาหญิงอื่นเพื่อชดเชย)

***

… นี่คือผู้หญิงอันดับ 1 เลยครับที่ผู้ชายทั้งหลายใฝ่ฝัน…

บทความดีๆ ใน pantip เลยเอามาแชร์ เห็นด้วยทุกประการเลยค่ะ

เครดิต. Mr.Aon (น่ารัก.คอม)

 

Recent Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *