Categories
ความรู้เรื่องเครื่องสำอาง (Cosmetics)

สำคัญ! ผิวแต่ละแบบ ควรเลือกเครื่องสำอางแบบไหน

ผิวของสาวๆ มี 4 แบบ จำเป็นมากที่คุณต้องรู้ว่าคุณมีผิวแบบไหน ผิว 4 ประเภท ได้แก่ ผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน และผิวผสม

ผิวของสาวๆ มี 4 แบบ จำเป็นมากที่คุณต้องรู้ว่าคุณมีผิวแบบไหน ผิว 4 ประเภท ได้แก่ ผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน และผิวผสม

1. ผิวธรรมดา (Normal Skin)

“ผิวธรรมดา” คือผิวที่มีความสมดุล คือไม่แห้งจนเกินไป และ ไม่มันจนเกินไป เป็นผิวที่มีสุขภาพดี

ลักษณะของผิวธรรมดา: 

  • มีรูขุมขนขนาดเล็ก 
  • มีการไหลเวียนโลหิตที่ดี 
  • ผิวนุ่มและเรียบเนียน
  • ผิวมีความสดชื่น สีอมชมพู ไม่หมองคล้ำ 
  • ปราศจากสิว 
  • ไม่มีแนวโน้มไวต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก 

คนที่มีผิวธรรมดาในช่วงอายุหนึ่ง ผิวอาจเปลี่ยนเป็นผิวแห้งกร้านได้ เมื่อมีอายุมากขึ้น

วิธีดูแลผิวสำหรับผิวปกติ

สำหรับผิวปกติสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อรักษาสมดุลของผิวหน้า และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมันของผิวตอนกลางวันได้ อย่างไรก็ตาม ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว และควรหลีกเลี่ยงที่มีสารอันตรายต่อผิวและก่อให้เกิดการอุดตัน ซึ่งการอุดตันภายในรูขุมขนมักมาพร้อมกับปัญหาสิว และผิวหนังอักเสบ

2. ผิวแห้ง (Dry Skin)

“ผิวแห้ง” คือสภาพผิวที่ก่อให้เกิดความมันน้อยกว่าผิวธรรมดา อันเป็นผลมาจากการขาดความมัน, ผิวแห้ง ขาดกรดไขมันที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื้น และสร้างเกราะป้องกันผิวจากสิ่งกระทบจากภายนอก ผิวแห้งจะให้ความรู้สึกแน่น หยาบกร้านและดูหมองคล้ำ

ลักษณะของผิวแห้ง: 

  • เกิดความหยาบกร้าน
  • มีรอยแตกของผิวปรากฎชัดเจน
  • ผิวหนังด้าน
  • ผิวลอกเป็นขุย
  • มีอาการคันบ่อย

วิธีดูแลผิวสำหรับผิวแห้ง

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมากแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาได้ทัน เนื่องจากการที่ผิวแห้งมาก ผิวหนังสามารถแตกออกและมีเลือดออกตามรอยแตกได้ แต่สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ เพื่อบรรเทาอาการและช่วยให้ผิวหน้ากลับมาสุขภาพดี ได้ดังนี้

  1. ทาผลิตภัณฑ์หรือสกินที่มีส่วนผสมของ Moisturizer ทันที หลังอาบน้ำเสร็จ
  2. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนล้างทำความสะอาดบริเวณที่ผิวแห้ง
  3. หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูแรงบริเวณที่ผิวแห้ง เนื่องจากการขัดหรือถูสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำให้สภาพผิวแย่กว่าเดิม
  4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือสกินแคร์ที่เพิ่มความชุ่มชื้น หรือ ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ หากผิวแห้งมากสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียม, กรดแลคติก, กลีเซอรีน หรือ เชียบัตเตอร์ได้ (เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมือ Vital C&E Hand Cream ของลิเซร่า Lisera)
  5. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม เนื่องจากน้ำหอมสามารถทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคืองได้
  6. เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับห้องหรืออากาศ โดยใช้เครื่องทำความชื้นช่วย เพื่อให้ผิวหน้ากักเก็บความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา

3. ผิวมัน (Oily Skin)

“ผิวมัน” คือสภาพผิวที่มีการผลิตความมันในปริมานที่มากเกินไป หรือที่เรียกว่า seborrhea “ผิวมัน” จะมีลักษณะ เงา มัน และสามารถมองเห็นรูขุมขนได้ชัดเจน

สาหตุของผิวมัน : ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป

  • พันธุศาสตร์
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และความไม่สมดุลของฮอร์โมน 
  • ยา 
  • ความตึงเครียด 
  • เครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการอุดตัน และระคายเคือง

ลักษณะของผิวมัน: 

  • รูขุมขนกว้างมองเห็นได้อย่างชัดเจน
  • ผิวเงา มันวาว
  • ผิวดูหนา อาจมองเห็นเส้นเลือดไม่ชัดเจน
  • มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวอุดตัน (Comedones; สิวหัวดำและสิวหัวขาว)

วิธีดูแลผิวสำหรับผิวมัน

แม้ว่าผิวมันสาเหตุหลักจะมาจากพันธุกรรม ซึ่งป้องกันได้ยาก แต่คุณสามารถบรรเทาอาการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดความมันของผิวลง สำหรับผู้ที่มีผิวมัน หน้ามันเยิ้มระหว่างวัน แต่งหน้าไม่ค่อยติด หรือต้องคอยซับหน้าตลอดทั้งวัน ควรปฏิบัติตาม ดังนี้

  1. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมความมันบนผิวหน้า
  2. ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เกิน 2 ครั้งต่อวัน เนื่องจากการล้างหน้าสามารถทำให้ความชุ่มชื้นลดลง เมื่อความชุ่มชื้นที่ผิวไม่พอ ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันออกมาทดแทนความชุ่มชื้นที่ขาดไป ซึ่งทำให้หน้ามันเยิ้ม
  3. มาส์กหน้า การมาส์กช่วยควบคุมความมันได้ ควรเลือกใช้มาส์กที่มีส่วนผสมของ Clay, Mectite, Bentonite, น้ำผึ้ง และ ข้าวโอ๊ต ที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมันบนผิว ช่วยทำความสะอาดผิว และปลอบประโลมผิว
  4. ใช้สกินแคร์ หรือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของ Moisturizers ปราศจากน้ำมัน (Oil free) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non – comedogenic) สามารถช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ ความมันบนผิวก็ลดลงตามเช่นเดียวกัน เนื่องจากต่อมไขมันไม่จำเป็นต้องผลิตน้ำมันมาทดแทนความชุ่มชื้น
  5. สามารถใช้กระดาษซับมัน ช่วยซับน้ำมันส่วนเกินบนหน้าระหว่างวัน แต่ไม่ควรซับบ่อยจนเกินไป

4. ผิวผสม (Combination Skin)

“ผิวผสม” บ่งบอกถึงผิวที่ประกอบด้วยประเภทของผิวมากกว่าหนึ่งประเภทอยู่ด้วยกัน ในผู้ที่ผิวผสมสภาพผิวจะมีความแตกต่างกันในบริเวณที่เป็น ที-โซน (T-zone) และบริเวณแก้ม

ลักษณะของผิวผสม: 

  • มันบริเวณทีโซน (หน้าผากคางและจมูก)
  • รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้นในบริเวณนี้อาจจะมีสิ่งสกปรกอุดตัน
  • ปกติบริเวณแก้มจะแห้ง

วิธีดูแลผิวสำหรับผิวผสม

  1. วิธีดูแลผิวหน้าสำหรับผู้ที่มีผิวผสมอาจจะยุ่งยากกว่าผู้ที่มีผิวแห้ง หรือผิวมันเล็กน้อย เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 2 ตัว สำหรับบริเวณที่มีผิวมันและบริเวณที่มีผิวแห้ง โดยบริเวณที่มีผิวมันแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อเบาบาง เช่น เจล หรือ ซีรั่ม และสำหรับบริเวณที่มีผิวแห้งสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อที่หนักกว่าได้ เช่น ครีม
  2. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่บริเวณที่ผิวแห้งในระหว่างวันได้ เช่น สเปรย์น้ำแร่ แต่ควรระวังไม่ให้โดนบริเวณ T-zone ที่ผิวมีน้ำมันเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ทั้งนี้บริเวณที่ผิวมันสามารถใช้กระดาษซับมันช่วยซับน้ำมันบริเวณที่ผิวมันระหว่างวันได้

ผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป บางคนผิวแห้งกร้านมาก บางคนผิวมัน บางคนมีจุดด่างดำ และอีกสารพัดปัญหา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวร่วมด้วย เช่น ถ้ามีผิวแห้งกร้านมาก ควรเลือกซีรั่มที่มีส่วนผสมของอาร์แกนออยด์ ถ้ามีจุดด่างดำ ควรเลือกซีรั่มที่มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากการทำลายของรังสียูวี (เช่น ซีรั่มกันแดด Miracle UV Serum ป้องกัน UVA UVB SPF50++ ของลิเซร่า Lisera) เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *