Categories
ความรู้เรื่องเครื่องสำอาง (Cosmetics)

สาเหตุของฝ้า กระ #ฝ้ากระเกิดจากอะไร

ฝ้า หรือ Melasma และกระ เป็นปัญหาผิวจากแสงแดด ที่เซลล์เม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง หรือเม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานผิดปกติ

ฝ้า หรือ Melasma และกระ เป็นปัญหาผิวจากแสงแดด ที่เซลล์เม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง หรือเม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานผิดปกติ คือ รังสีอัลตราไวโอเลตจาก “แสงแดด” การโดนแดดสะสมเป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการป้องกัน อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง หากป้องกันและดูแลผิวพรรณสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อนหรือหน้าหนาว โดยใช้ซีรั่มหรือครีมกันแดด จะช่วยลดการเกิดฝ้า กระ ได้

สาเหตุของการเกิดฝ้า

  1. ฝ้าฮอร์โมน เมื่อมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากเกินไป เช่น การหลั่งฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์ หรือ การหลั่งฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตซึ่งทำให้การสร้างเม็ดสี (Melanocytes) ในชั้นผิวหนังผลิตเม็ดสี (Melanin) ออกสู่ผิวหนังไม่สม่ำเสมอ จึงมีการกระตุ้นสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ ทำให้เกิดฝ้าขึ้นหรือกระตุ้นให้เข้มกว่าเดิม
  2. ฝ้าแดด การได้รับแสง UVA และ UVB โดยตรงหรือบ่อยครั้ง ทำให้เม็ดสีในผิวหนังได้รับการกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีเพิ่มขึ้น ผิวจึงเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น รวมถึงแสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และหลอดไฟ
  3. ฝ้าจากเครื่องสำอาง เช่น ครีมหน้าขาวใสเร็ว สารเคมี สารกันบูด หรือสารปรอท ตะกั่ว อาจมีสารที่ทำให้เกิดการกระตุ้นฝ้าได้ง่ายจะเห็นว่าตอนแรกทาไปหน้าจะขาวเรียบเนียน พอทานานๆ ขึ้น หน้าจะเริ่มเป็นคนแพ้ง่าย แต่พอหยุดใช้หน้ายิ่งแย่ สุดท้ายจะเห็นมีฝ้าขึ้นทาเท่าไหร่ไม่หายและมีเส้นเลือดฝอยขึ้น หน้าแดง รวมทั้งการใช้เครื่องสำอางที่ผสมน้ำหอมหรือเครื่องสำอางที่มีสี มีการตกค้างใต้ผิวหนัง ทำให้ดูเหมือนมีสีน้ำตาลเข้มเป็นจุดๆ เมื่อสะสมมากขึ้น จึงเกิดเป็นฝ้าได้
  4. ฝ้าเข้มจากเลเซอร์ เนื่องจากเลเซอร์บางชนิดมีโอกาสทำให้ฝ้าเข้มขึ้นได้ถ้าหยุดทำ ซึ่งลักษณะคล้ายๆ กับฝ้าจากเครื่องสำอาง คือ จางลงในช่วงแรกหลังจากนั้นจะเข้มขึ้น ฝ้าชนิดนี้ก็รักษายากกว่าฝ้าฮอร์โมนและฝ้าแดด แนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ดี
  5. ฝ้าจากความเครียด โดยเมื่อเราทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองทำให้ฝ้าดูชัดขึ้น เราจะเห็นว่าผิวหน้าดูดำคล้ำขึ้น ทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุล

โดย “ฝ้า” ที่ขึ้นบริเวณใบหน้า สามารถแบ่งประเภทได้ถึง 4 ชนิดหลักๆ คือ

  1. ฝ้าแบบตื้น มีลักษณะเป็นสี น้ำตาล ขอบชัด จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า หรือผิวหนังชั้นนอก
  2. ฝ้าแบบลึก มีลักษณะน้ำตาลอมฟ้า อยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า เนื่องด้วยความลึกจะทำให้เกิดสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้า หรือ สีน้ำตาลอมม่วง จัดว่าเป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก
  3. ฝ้าผสม คือ มีทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึก เกิดขึ้นที่ผิวหน้า สามารถพบได้มากที่สุดในผู้ที่ประสบปัญหาเรื่องฝ้า
  4. ฝ้าที่ไม่สามารถแยกได้ชัดเจนว่าเป็นฝ้าชนิดใด พบมากในผู้ที่สีผิวเข้ม เช่น ชาวแอฟริกัน

การป้องกันฝ้า กระ

  1. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด การใช้ครีมกันแดดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรใส่หมวกหรือกางร่มเพื่อป้องกันแดด
  2. หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรทาซีรั่มกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
  3. ควรเลือกซีรั่มกันแดดที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB โดยมีค่า SPF ประมาณ 40-50 ถ้ามากกว่ายิ่งดี

แนะนำ ซีรั่มกันแดด Miracle UV Serum ป้องกัน UVA UVB SPF50++ ของลิเซร่า Lisera

วิธีการรักษาฝ้า กระ

  1. รักษาด้วยยา เป็นการใช้ยารักษาฝ้าในรูปแบบครีมที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี เช่น
    ยากรดวิตามินเอ ยากลุ่มทรานิซามิก ครีมทาที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ AHA (เอเอชเอ) ครีมไวท์เทนนิ่งอื่น ๆ (ก่อนใช้ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำเกิดการระคายเคืองผิวได้) รักษาด้วยยา ไม่สามารถจางหายได้ 100% อาจทำให้กระจางลงได้ชั่วคราวประมาณ 50-70%
  2. รักษาด้วยเลเซอร์การผลัดเซลล์ผิวหนัง เช่น Picosecond Laser, Q-Switched Laser เป็นวิธีการรักษาฝ้าเร่งด่วน เห็นผลเร็วกว่าการทาครีม และเป็นวิธีได้รับความนิยม แต่ประสิทธิภาพผลการรักษา ก็ยังขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หลังการรักษาควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *