Categories
ความรู้เรื่องเครื่องสำอาง (Cosmetics)

เคล็ดลับการเลือกเครื่องสำอางง่ายๆ

เคล็ดลับการเลือกเครื่องสำอางง่ายๆ สำหรับสาวๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เลือกตามสภาพผิว เลือกจากส่วนประกอบ เลือกจากราคา

เคล็ดลับการเลือกเครื่องสำอางง่ายๆ สำหรับสาวๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เลือกตามสภาพผิว เลือกจากส่วนประกอบ เลือกจากราคา ดังนี้

1. เลือกตามสภาพผิว

ในการเลือกซื้อเครื่องสำอางนั้น หากว่าเราอยากใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่มีปัญหาผิวแล้วละก็ ควรจะเลือกไอเท็มเครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของตนเอง วิธีการแรกคือเลือกเครื่องสำอางตามสภาพผิว เลือกไอเท็มให้เหมาะสมกับผิว อยากรู้ว่าเรามีสภาพผิวเป็นแบบไหน (คลิก ผิวแต่ละแบบ ควรเลือกเครื่องสำอางแบบไหน)

ผิวธรรมดา

สาวๆ คนไหนที่มีผิวธรรมดา ต้องบอกเลยล่ะว่าค่อนข้างโชคดีอย่างมาก เพราะเป็นสภาพผิวที่ไม่ค่อยพบเจอปัญหาสักเท่าไหร่นัก จะใช้ไอเท็มเครื่องสำอางชนิดไหนก็ได้เกือบทั้งหมด แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรเลือกใช้ไอเท็มที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรส์เซอร์ ที่ให้ความชุ่มชื้น ที่จะช่วยให้ใบหน้าสวยใสไปพร้อมๆ กัน

ผิวแห้ง

การมีผิวแห้ง แม้ว่าจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสิวและสิวเสี้ยนสักเท่าไหร่นัก แต่มักต้องพบเจอกับปัญหาผิวแตกง่าย และเกิดริ้วรอยได้ง่ายอีกต่างหาก ดังนั้นแล้วในการเลือกซื้อเครื่องสำอางก็ควรจะเลือกไอเท็ม ที่มีเนื้อครีมเข้มข้น มีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่าน้ำ เนื่องจากว่าจะมีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างดี  อีกทั้งยังช่วยดูแลเรื่องริ้วรอยไม่ให้เกิดขึ้นได้ง่ายอีกด้วย นอกจากนี้แล้วสิ่งที่ควรระวังไว้อีกคือ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ เพราะจะทำให้หน้าบางได้ง่ายมาก

ผิวมัน

โดยส่วนใหญ่สาวๆ มักจะมีสภาพผิวหน้าที่มัน (แต่พออายุมากขึ้น ผิวหน้าจะเริ่มแห้ง เนื่องจากคอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนเริ่มลดลงไป) ซึ่งผิวลักษณะนี้มักจะมีสิวได้ง่าย ผิวหน้าไม่เรียบเนียนและรูขุนขนเปิดกว้าง ซึ่งการเลือกใช้เครื่องสำอางจะต้องพิถีพิถัน หากใช้ไม่เหมาะกับผิวแล้วจะยิ่งทำปัญหาผิวลุกลามเข้าไปใหญ่ ซึ่งไอเท็มที่เหมาะกับสาวผิวควรจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท Oil free (ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ) และควรเลือกไอเท็มที่มีเนื้อบางเบา ซึ่งเนื้อครีมแบบนี้จะไม่ไปอุดตันรูขุมขน จึงทำให้คุณสวยใสได้ง่ายและไร้ปัญหา แม้ว่าจะมีผิวมันก็ตามที

ผิวผสม

สาวไทยส่วนใหญ่มักจะมีผิวผสม ระหว่างสามประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็น ผิวมัน ผิวธรรมดาและผิวแห้ง  ซึ่งค่อนข้างดูแลรักษาได้ยากกว่าสภาพผิวอื่นๆ  สำหรับการเลือกซื้อเครื่องสำอางที่เหมาะสม ควรจะคำนึงถึงสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ เป็นหลัก อย่างเช่น หากเป็นช่วงหน้าร้อนควรเลือกไอเท็มที่มีเนื้อบางเบา หากเป็นช่วงหน้าหนาว ควรเลือกไอเท็มที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรส์เซอร์ เป็นต้น

ผิวแพ้ง่าย การเลือกซื้อเครื่องสำอางสำหรับผิวแพ้ง่าย มีหลักการที่เข้าใจได้ง่ายคือ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมี ปราศจากกลิ่นน้ำหอมและแอลกอฮอลล์ .ซึ่งจะช่วยเซฟหน้าของคุณให้สวยใสและปลอดภัยอยู่เสมอ

2. เลือกจากส่วนประกอบ

ในการเลือกซื้อเครื่องสำอาง สาวๆ ควรดูส่วนประกอบหรือฉลากที่ระบุอยู่ในผลิตภัณฑ์ด้วย เช่น

  • คนที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหน้า ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ ไฮยาลูรอน หรือ Hyaluronic Acid
  • คนที่ต้องการลดริ้วรอย ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ ไฮยาลูรอน คอลลาเจน และวิตามินอี
  • คนที่ต้องการเพิ่มความเต่งตึงให้ผิวหน้า ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ คอลลาเจน ไฮยาลูรอน และเปปไทด์
  • คนที่หน้ามัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา เช่น ซีรั่ม ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือพวกครีม
  • คนที่ต้องการบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใส ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวิตามินซี และวิตามินอี เป็นต้น

เนื้อของเครื่องสำอาง

ครีม, โลชั่น

น้ำ + สารออกฤทธิ์สำคัญ + น้ำมัน + สารประสานเนื้อ

เจล

น้ำ + สารออกฤทธิ์สำคัญ + สารสร้างเนื้อเจล

ซีรั่ม/ซีรั่ม

น้ำ + สารออกฤทธิ์สำคัญ + ซิลิโคน + สารประสานเนื้อ

เอสเซ้นต์

น้ำ + สารออกฤทธิ์สำคัญ + กลีเซอรีน

หมายเหตุ

*ซิลิโคน เป็นส่วนผสมที่นิยมใช้ในวงการเครื่องสำอางมาก เพราะมีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น

1. ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความนุ่ม ลื่น เกลี่ยง่าย เรียบสวยเหมือนกำมะหยี่

2. ช่วยทำละลายสีในผลิตภัณฑ์กุล่มเมคอัพทั้งหลาย เช่น รองพื้น คอนซีลเลอร์ ให้กระจายตัวสม่ำเสมอ ทาแล้วไม่เป็นคราบและติดทน

3. ละลายสารกันแดดประเภทกายภาพ เช่น ซิงค์ออกไซด์ ทิทาเนียมไดออกไซด์ ให้เข้ากันได้ดี ทาแล้วติดทน กันแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

4. ช่วยพรางรูขุมขนบนผิวหน้า ทำให้ผิวดูโกลว์ สะท้อนแสง ผลิตภัณฑ์กลุ่มไพรเมอร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะถูกหรือแพงจึงมีซิลิโคนเป็นส่วนผสมอยู่เสมอ เช่น primer , foundation primer และไพรเมอร์ยี่ห้ออื่นๆ

5. ให้เนื้อสัมผัสเมื่อทาลงบนผิวที่เยี่ยมมาก (Good skin feel) ทั้งนุ่ม ลื่น ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ผู้ใช้ประทับใจ ผู้ผลิตจึงนิยมใส่

6. ปิดล๊อกไม่ให้น้ำใต้ผิวระเหยออก จัดเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ราคาถูกแต่ประสิทธิภาพสูง

7. เป็นตัวนำพาสารต่างๆ รวมทั้งแอคทีพที่สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ แอคทีพบางส่วนก็ค่อยๆถูกดูดซึมไปออกฤทธิ์ใต้ผิวได้เป็นอย่างดี

3. เลือกจากราคา

ในการเลือกซื้อเครื่องสำอาง สาวๆ ควรดูฉลากที่ระบุอยู่ในผลิตภัณฑ์ด้วย เพื่อประเมินราคาจากส่วนผสมเบื้องต้น โดยส่วนผสมที่เป็นสารออกฤทธิ์สำคัญ ยิ่งหายากเท่าไหร่ หรือขั้นตอนการสกัดยากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งราคาแพง อาทิ

  • สารสกัดจากดอกไม้ ขึ้นอยู่กับประเภทของดอกไม้ และปริมาณที่ใช้ในการสกัด เช่น ดอกกุหลาบต้นทุนของวัตถุดิบในการสกัดจะราคาถูกกว่าดอกคาโมมายด์หรือดอกไม้เมืองหนาว
  • น้ำมันที่ใช้ในการผลิตครีมหรือโลชั่น ถ้าเป็นพวก Olive Oil หรือน้ำมันมะกอก จะราคาแพงกว่า น้ำมันทั่วไป Shea Butter ก็จะราคาสูงขึ้นมา
  • สารสกัดจากปลาดาว หรือสัตว์ใต้ทะเลน้ำลึก จะราคาสูงกว่า สารสกัดจากดอกไม้ทั่วไป
  • สารแอนติออกซิแดนท์จากโคล่านัท Cola Acuminata (Kola) Seed Extract ที่อยู่ในซีรั่ม Night Repair มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ และเป็นตัวนำพาสารสำคัญให้ซึมเข้าสู่ผิวทางอ้อม จึงมีราคาสูง
  • สารที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ เช่น Tripeptide-32 มีคุณสมบัติในการดูดความชุ่มชื้นอย่างดี และจับผิวซึ่งทำให้ผิวชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน จึงมีราคาสูง
  • สารสกัดจากยีสต์และสาหร่าย Yeast Extract ยิ่งสายพันธ์หายาก ยิ่งราคาสูง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *